ซุปตาร์นักเตะชาวลาว ทิ้งเงิน 2 แสน ยอมมารับเงินหมื่นในไทย

“สุขพร วงศ์เชียงคำ” ไอคอนฝีเท้าดีชาวลาวที่เป็นแบบฉบับความอดทน ยอมสู้ใช้ความสามารถเชิงฟุตบอลเลี้ยงดูตัวเองจนประสบความสำเร็จบนเส้นทางสายฟุตบอลอาชีพ เรียกได้ว่าเป็นแบบอย่างเยาวชนลูกหนัง สปป.ลาว ที่กลายเป็นแรงบันดาลใจชั้นดีให้กับเด็กๆในประเทศ ปัจจุบันแข้งเกมรุกวัย 28 ปี จากสปป.ลาวโลดแล่นในฟุตบอลลีกสูงสุดของไทยกับสโมสรฟุตบอล “ต่อพิฆาต” ประจวบ เอฟซี

ในช่วงระยะเวลที่ค้าแข้งในไทย “สุขพร วงศ์เชียงคำ” สามารถสร้างการยอมรับมากมายในการลงเล่นจนมีสัญญาอาชีพกับหลายๆสโมสร กระบี่ เอฟซี, ชัยนาท ฮอร์น, สระบุรี เอฟซี,ศรีสะเกษ เอฟซี, พิษณุโลก เอฟซี และ ประจวบ เอฟซี

vxbet365

แม้ว่าจะเริ่มต้นกับกระบี่ เอฟซี กับก้าวแรกของฟุตบอลอาชีพในไทย แต่ช่วงก่อนหน้านั้นปี 2009 สุขพร ถูกดึงมาร่วมทีมบีอีซี เทโรฯ ในระดับเยาวชนจากคำแนะนำของ “กอล์ฟ” ภูเบศ ศุภพิพัฒน์ ที่เข้าไปทำงานด้านฟุตบอลในประเทศลาว ซึ่งตอนนั้นเขายังได้ร่วมเล่นกับ ชนาธิป สรงกระสินธ์ รับเงินเดือน 25,000 บาท เพราะช่วงนั้นขยับไปติดทีมชาติลาวชุดใหญ่ ในขณะที่ ชนาธิป ยังรับเงินเดือนเพียงแค่ 5,000 บาทเท่านั้น

จากการก้าวกระโดดขึ้นไปติดทีมชุดใหญ่ในทีมชาติลาว สุขพร จึงต้องพิสูจน์ตัวเองให้กับสโมสรบนลีกสูงสุดของไทยให้เห็นถึงความสามารถ โดยการตระเวนทดสอบฝีเท้ากับสโมสรต่างๆในเมืองไทย ซึ่งทุกอย่างก็ไม่เป็นใจรวมไปถึงช่วงนั้น สุขพร ต้องกลับไปจัดการเรื่องการเรียนที่ยอมดรอปเทอมสุดท้าย ม.ปลาย เพื่อการทุ่มเทเล่นฟุตบอลอาชีพ เขาจึงเลือกกลับประเทศลาวเพื่อไปเล่นให้กับต้นสังกัดอย่าง เอซรา เอฟซี ก่อนที่จะกลับมาไทยอีกครั้งช่วงปี 2013 พร้อมเริ่มต้นชีวิตการเล่นฟุตบอลอาชีพที่เมืองไทยกับสโมสรฟุตบอลกระบี่ เอฟซี

ในยุคที่ไม่มีโควตาอาเซียน สุขพรต้องต่อสู้อย่างสุดความสามารถ จนได้ลงสนามพร้อมกับสวมบทบาทกัปตันทีม และที่นี่เอง สุขพร เกิดความสัมพันธ์ของหัวใจสร้างครอบครัวกับสาวไทยจนถึงทุกวันนี้

ย้อนกลับไปวัยเด็กก่อนที่ สุขพร วงศ์เชียงคำ จะมาสร้างปรากฏการณ์ฟุตบอลอาชีพในประเทศไทยด้วยการร่วมทีมรุ่นอายุไม่เกิน 13 ปี ลาว (สโมสรเอซร่า) บุกมาคว้าแชมป์ชัยพงษ์ คัพ ที่ จ.พิจิตร ครั้งนั้นเขาได้รับรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมพร้อมกับลงปะทะแข้งกับ ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์, สารัช อยู่เย็น, อาทิตย์ ดาวสว่าง ที่ต่างก็ลงเล่นให้กับสถานศึกษาของตัวเอง หากจะย้อนกลับไปให้ลึกกว่านั้นชีวิตของ สุขพร วงศ์เชียงคำ ในวัยเด็ก เขาเกิดในครอบครัวที่ยากจนในแขวงจำปาศักดิ์ ประเทศลาว

ครอบครัวของสุขพร คือครอบครัวนักบอลที่แท้จริง ถึงแม้ว่าจะไม่ถึงกับติดทีมชาติกันทุกคน แต่คนในบ้านคือนักฟุตบอลตัวยงมีคุณพ่อเป็นนักฟุตบอลระดับท้องถิ่น พี่ชายของเขาอีก 3 คนก็เป็นนักฟุตบอล รวมถึงน้องสาว ทั้งครอบครัวมี สุขพร วงศ์เชียงคำ และ เพชรภูธร วงศ์เชียงคำ ที่กล้าท้าฝันไปจนติดทีมชาติ สร้างความภูมิใจให้กับวงศ์ตระกูลเป็นอย่างมาก

เส้นทางลูกหนังของ สุขพร วงศ์เชียงคำ ดูชัดเจนขึ้นเมื่อเขาผ่านการคัดเลือกตัวจากโครงการของสโมสรเอซร่า พร้อมกับขยับเข้าสู่การเป็นผู้เล่นระดับเยาวชนทีมชาติลาวในเวลาต่อมา
เมื่อติดทีมชาติครั้งแรกเรื่องของการเดินทางไปต่างประเทศจึงเกิดขึ้นเป้าหมายที่ชัดเจนมากขึ้น คือ ประเทศมาเลเซีย คืนนั้นทั้งคืนเขานอนไม่หลับตื่นเต้น เมื่อนึกถึงการเดินทางโดยเครื่องบินไปต่างประเทศครั้งแรก

vxbet365

สุขพร ใช้เวลาพัฒนาตนเองไม่นานสำหรับการก้าวขึ้นไปอยู่ในทีมชาติลาวชุดใหญ่และยังคงมุ่งมั่นเล่นจนได้เป็นกัปตันทีม เขาได้ขึ้นแท่นกลายเป็นไอคอนลูกหนังของเด็กๆในลาว จนสื่อมวลชนจากลาวให้ฉายาเขาว่า “เมสซี่ลาว” ส่วนนักเตะที่ชอบคือ โรนัญดิญโญ่

ปี 2014 สุขพร ในวัย 21ปี ตัดสินใจยกเลิกสัญญากับสโมสรสระบุรี เอฟซีเพื่อไปตามฝันของตัวเองด้วยการไปทดสอบฝีเท้ากับสโมสรคามาตามาเร่ ซานูกิ ระดับเจลีก 2 ในญี่ปุ่นเป็นเวลา 1 เดือน ซึ่งเขาก็ยอมรับว่าร่างกายของไม่แกร่งพอ ทุกอย่างแตกต่างจากลีกไทยในเรื่องของความเข้มข้นในการฝึกซ้อมทำให้พลาดโอกาสเป็นนักเตะลาวคนแรกในลีกญี่ปุ่น ทำให้ สุขพร ต้องกลับมาตั้งหลักใหม่กับสโมสรฟุตบอลล้านช้าง ซึ่งทางสโมสรพร้อมจ่ายค่าเหนื่อยให้กับ สุขพร เดือนละเกือบ 2 แสนบาทเพื่อลงเล่นในลาวพรีเมียร์ลีก

ในช่วงปี 2017 ดาวเตะทีมชาติลาวตั้งใจไปเรียนโค้ชระดับ ซีไลนเซนส์ และเริ่มวางแนวทางว่าจะสอนฟุตบอลสร้างโอกาสให้กับเด็กๆในประเทศลาวเหมือนดั่งที่เขาเคยได้รับอาจจะไปไกลถึงขั้นรีไทร์ แต่การได้เห็นเกมฟุตบอลที่ถ่ายทอดสดทั้งการเล่นของ ชนาธิป สรงกระสินธ์ ในเจลีก,สารัช อยู่เย็น,ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ ทำให้เขามีแรงบันดาลใจอยากกลับมาเตะฟุตบอลอาชีพอีกครั้ง จึงมุ่งหน้ามาไทยเพื่อทดสอบฝีเท้ากับสโมสรต่างๆ

แต่ทุกอย่างก็ไม่ง่ายอย่างที่คิด สุขพร หากว่าไม่ได้สัญญากับศรีสะเกษ เอฟซี ทีมระดับลีกรองก็จะเดินทางกลับประเทศลาว แม้ว่าก่อนเซ็นสัญญาจะตะกุกตะกักนิดหน่อยพร้อมรับค่าเหนื่อย 3.5 หมื่นบาท หลังจากนั้นเขาจึงเดินหน้าฝึกฝนต่อ จนได้เซนต์สัญญากับประจวบ เอฟซี อย่างที่ตนเองตั้งใจ

แม้ว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 จะแพร่ไปทั่วโลกรวมไปถึงประเทศไทยและสปป.ลาว สุขพร วงศ์เชียงคำ ก็ยังปักหลักตั้งใจฝึกซ้อม ทุกๆวันเขาจะออกมาฝึกซ้อมด้วยตัวเอง ทั้งการเข้าฟิตเนสและการซ้อมกลางแจ้งแบบเดี่ยวๆ อาชีพฟุตบอลทำให้เขามีชีวิตที่ดีขึ้น ทำให้ครอบครัวของเขาหลุดพ้นจากความยากจน

สิ่งที่สำคัญสามารถทำให้แข้งหนุ่มลาวคนนี้ มีกำลังใจในการเล่นฟุตบอล คือการสร้างแรงบันดาลใจโอกาสให้กับนักฟุตบอลลาวในรุ่นต่อๆไป

อ่านต่อได้ที่ e-doogoo.net

มองหาเว็บคาสิโนที่ดีที่สุด ต้องที่ VXCASINO ได้เงินชัวร์

*ฝากถอนไวที่สุด *ราคาดีที่สุด *บริการดีที่สุด *คนเล่นเยอะที่สุด

สมัครวันนี้รับสิทธิ์พิเศษมากมาย vxBet365 พร้อมให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง